แผนการปรับบทบาทมูลนิธิ

ในปี พ.ศ. ๒๕๖๑ ทางมูลนิธิฯ ดำเนินแผนการปรับบทบาทและการดำเนินงานของมูลนิธิขึ้น เพื่อให้มูลนิธิสามารถขยายบทบาทออกสู่สาธารณะมากขึ้นในการทำภารกิจตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิ โดยมีเป้าหมายให้มูลนิธิมีสถานภาพขององค์กรสาธารณกุศลที่ผู้บริจาคสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้  อีกทั้งจะได้จัดทำโครงการให้ตอบสนองต่อพันธกิจ และวัตถุประสงค์ของมูลนิธิ อย่างเป็นรูปธรรม ทันกับสภาพการณ์ของภาระงานที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบันมากขึ้น ซึ่งภารกิจที่ทำเพื่อสาธารณะนั้น จะเป็นภารกิจเชิงปฏิบัติการในการพัฒนาและเผยแพร่องค์ความรู้ที่บุคลากรภายใต้หน่วยงานของมูลนิธิมีความชำนาญ ได้แก่

๑. ด้านการจัดการเรียนรู้ตามหลักพุทธธรรม การเรียนรู้แบบองค์รวม (Holistic Learning)
กระบวนการเรียนรู้แบบใฝ่รู้ (Active Learning) และทักษะการเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ ๒๑ ด้านการบริหารจัดการและพัฒนาทั้งโรงเรียน (Whole School Development) ระดับการศึกษาปฐมวัย และการศึกษา   ขั้นพื้นฐาน ให้มีความสอดคล้องกับบริบทของผู้เรียนและชุมชนท้องถิ่น โดยใช้กระบวนการของชุมชนผู้เชี่ยวชาญการเรียนรู้ (Professional Learning Community)
๒. ด้านการผลิตสื่อที่ส่งเสริมการเรียนแบบใฝ่รู้ผ่านสำนักพิมพ์สานอักษร ทั้งการผลิตหนังสือนิทาน หนังสือเสริมการเรียนและแบบฝึก และสื่อวีดิทัศน์
๓. ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนให้เป็นรมณียสถานและเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับผู้เรียนในเรื่องความเชื่อมโยงสัมพันธ์อย่างเกื้อกูลกันระหว่างคนกับสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติ
๔. ด้านการพัฒนาครูและบุคลากรให้เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง โดยมีหลักสูตรการอบรมเชิงปฏิบัติการ หลากหลายรูปแบบ สำหรับบุคคลหลากหลายสถานภาพ เช่น นักเรียนและเยาวชน ผู้บริหารโรงเรียนและครู พระสอนศีลธรรม บุคลากรทางการศึกษา กลุ่มจิตอาสา ผู้ดูแลวัด ผู้นำชุมชนและชาวบ้าน เป็นต้น

วัตถุประสงค์
๑. เพื่อขยายบทบาทด้านการศึกษา วิจัยรวบรวมและถอดองค์ความรู้ด้านต่างๆของโรงเรียนรุ่งอรุณที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาแบบองค์รวม จัดทำเป็นตัวอย่างหลักสูตรสำหรับสถานศึกษาประเภทต่างๆ เพื่อการปฏิรูปการศึกษาให้โรงเรียนเกิดการเปลี่ยนแปลงในโรงเรียนทั้งระบบ พร้อมผลิตสื่อที่หลากหลาย เช่นคู่มือครู วีดิทัศน์ หนังสือเรียน หนังสือนิทาน นำมาเผยแพร่ขยายผลและจัดการอบรมเพื่อสนับสนุนการพัฒนาหน่วยงาน หรือสถาบันการศึกษาต่างๆ บุคลากรที่จัดการศึกษา พระสงฆ์ และผู้ปกครอง ที่เป็นเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ

๒. เพื่อสนับสนุนการทำวิจัยและพัฒนาในการสร้างและพัฒนาองค์ความรู้รวมทั้งนวัตกรรมใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้บนฐานพุทธธรรมอย่างต่อเนื่อง ร่วมกับภาคีเครือข่าย และนำผลการวิจัยมาสู่การปฏิบัติจริงพร้อมกับพัฒนาเป็นเครื่องมือสำหรับการปฏิรูปสถานศึกษาให้เเปลี่ยนแปลงสู่กระบวนการเรียนรู้แบบใฝ่รู้และทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ในระดับปฐมวัย ประถมศึกษา และมัธยมศึกษา

๓. ดำเนินโครงการปฏิรูปการเรียนรู้ของศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัยทั่วประเทศตามแนวทาง “การเลี้ยงลูกของสมเด็จย่า” ร่วมกับเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการ เช่น วัด กรุงเทพมหานคร หรือองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น

๔. มีสถานภาพเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ผู้บริจาคสามารถได้รับการลดหย่อนภาษีได้

แนวทางการดำเนินงาน
คณะทำงานจัดโครงสร้างการบริหารจัดการโดยกำหนดกองทุนรองรับการดำเนินงานตามโครงการสำคัญ ๓ กองทุน ได้แก่ กองทุนเพื่อการศึกษาปฐมวัย กองทุนเพื่อการศึกษาพระพุทธศาสนา และกองทุนเพื่อพัฒนาโรงเรียนในพื้นที่ทั้งระบบ ให้มีผู้รับผิดชอบกองทุนทำหน้าที่บริหารโครงการตามพันธกิจของแต่ละกองทุนเพื่อให้ได้ผลผลิตที่เป็นรูปธรรม ทั้งนี้อาจเป็นการดำเนินการด้วยตนเองหรือร่วมกับองค์กรเครือข่ายอื่น ๆ เพื่อเสริมพลังให้งานสำเร็จบรรลุตามวัตถุประสงค์เป็นประโยชน์สูงสุด