December 17, 2019 admin 0 Comments

เมื่อตระหนักถึงความจำเป็นที่จะต้องพัฒนาแบบเรียน และการจัดการเรียนการสอนพุทธศาสนาสำหรับเด็กและเยาวชนไทย  ให้ทันต่อยุคสมัย โดยไม่บิดเบือนจากแก่นพระศาสนาและเด็กสามารถรับประโยชน์จากธรรมนำมาใช้ในชีวิตตนได้จริง คณะตัวแทนของมูลนิธิโรงเรียนรุ่งอรุณจึงได้ร่วมเดินทางไปกับคณะพระสงฆ์และญาติโยมในกลุ่มพระไตรปิฎกศึกษา ที่ได้รับการสนับสนุนค่าเดินทางจากมูลนิธิพระไตรปิฎกเพื่อประชาชนร่วมกับคณะโยมอุปัฏฐากวัดจากแดง (สมุทรปราการ) ไปศึกษาแนวทางการจัดการเรียนการสอนพระพุทธศาสนาจากประเทศเพื่อนบ้าน ที่ยังคงมีการศึกษาพระไตรปิฎกอย่างเข้มแข็งในหมู่พระภิกษุ สามเณร รวมทั้งฆราวาสทั้งที่เป็นผู้ใหญ่และเด็ก เช่น ในประเทศพม่า หรือ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ ระหว่างวันที่ ๒๘ มีนาคม ถึง ๒ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๒

พระมหาประนอม  ธัมมาลังกาโร รักษาการเจ้าอาวาสวัดจากแดง ซึ่งเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ใช้ชีวิตศึกษาเล่าเรียนอยู่ที่พม่าถึง ๑๒ ปี ได้นำคณะเดินทางเข้าศึกษาดูงานตามสถานที่ที่มีบทบาทในการรักษา/ถ่ายทอดพระไตรปิฎก และเข้าพบพระเถระผู้ทรงจำพระไตรปิฎก กับผู้ที่มีบทบาทในการจัดการศึกษาด้านศาสนาและวัฒนธรรมแก่เด็ก รวม ๘ แห่ง แบ่งเป็น การศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยสงฆ์ ๒ แห่ง ที่มหาวิทยาลัยสงฆ์นานาชาติ (ITBMU) และมหาวิทยาลัยศาสนาปริยัติแห่งชาติ (กะบาเอ้) การศึกษาสำหรับพระ เณร ฆราวาสในวัด ๔ แห่ง ที่วัดมหาคันธาโยง วัดวิสุทธาโยง วัดวาจำเปี่ยน และวัดสีนยะตะนา การเรียนการสอนธรรมะและวัฒนธรรมพม่า สำหรับเด็กและเยาวชนพม่าของมูลนิธิโรงเรียนธัมมสคูล กับตัวอย่างโรงเรียนธัมมสคูลรวม ๒ แห่ง เพื่อค้นหาคำตอบว่า ๑) พม่าจัดการเรียนการสอนพระพุทธศาสนาให้แก่พระภิกษุ สามเณร รวมทั้งฆราวาสทั้งผู้ใหญ่และเด็กอย่างไร ชาวพม่าจึงเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างมั่นคง  ๒) การศึกษาพระไตรปิฎกของพม่าเป็นการศึกษาทั้งทางด้านคันถธุระ (ศึกษาปริยัติจากตำรับตำรา)  ควบคู่ไปกับวิปัสสนาธุระ (ศึกษาจากการปฏิบัติ) หรือไม่ อย่างไร  ๓) การเรียนการสอนพระไตรปิฎกในวัด โรงเรียนปริยัติธรรม และวิทยาลัยสงฆ์มีหลักสูตรอย่างไร  ๔) กระบวนการจัดการเรียนการสอนในห้องเรียนเป็นอย่างไร ผู้สอนสอนด้วยท่าทีอย่างไร ผู้เรียนจึงมีฉันทะในการเรียนรู้  ๕) ผู้เกี่ยวข้อง เช่นท้องถิ่น/ชุมชน มีบทบาทสนับสนุนการเรียนการสอนพุทธศาสนาอย่างไร และ ๖) การใช้แบบเรียน/ตำราในแต่ละแห่งมีความเหมือน หรือต่างกันแค่ไหน

ความประทับใจที่ได้จากการเดินทางดูงาน เราจะพบว่า วัดในพม่าเป็นที่ศึกษาเล่าเรียนของพระเณรจำนวนมาก แม้วัดจะมีเนื้อที่เล็กน้อย อาคารเรียนไม่ได้พรั่งพร้อม แต่สิ่งเหล่านี้ไม่เป็นอุปสรรคต่อการศึกษาเล่าเรียน และการเรียนการสอนสำหรับพระเณรมีหลักสูตรหลากหลายทั้งของรัฐและเอกชน แต่ก็ได้ถูกจัดไว้อย่างเป็นระบบที่ผู้เรียนสามารถต่อยอดการศึกษาได้จนถึงพระไตรปิฎก การศึกษาพระไตรปิฎก การศึกษาภาษาบาลี ซึ่งเมื่อศึกษาถึงระดับสูงพระสามารถสื่อสารเป็นภาษาบาลีได้เช่นเดียวกับที่ศรีลังกา การเรียนการสอนพุทธศาสนาสำหรับเด็กและเยาวชนแม้ไม่มีการเรียนการสอนในโรงเรียนแต่พระสงฆ์และคฤหัสถ์ชาวพม่าก็ร่วมกันจัดหลักสูตรสอนธรรมะและวัฒนธรรมพม่าให้กับเด็กและเยาวชนทั่วประเทศอย่างแข็งขันโดยไม่รับค่าตอบแทน

สถานที่สำคัญที่ได้แวะไปเยี่ยมชมอีก ๒ แห่ง คือ พระธาตุชเวดากองดูภาพฝาผนังบรรยายเรื่องพระมหาปัฏฐาน ซึ่งเป็นบทที่ยากและลึกซึ้งให้เข้าใจง่ายด้วยภาพ และถ้ำมหาปาสาณคูหา ดูร่องรอยการทำสังคายนาพระไตรปิฎกนานาชาติ ในปีพุทธศักราช ๒๔๙๙

กล่าวโดยสรุป เมื่อพม่าได้รับเอกราชจากอังกฤษ งานการรักษาและสืบทอดพระพุทธศาสนามีแนวทางที่ชัดเจน คือ มุ่งให้ความสำคัญกับการรักษาองค์ความรู้ตามพระไตรปิฎก พม่าใช้โจทย์การทำสังคายนาพระไตรปิฎกกึ่งพุทธกาลเป็นโอกาสฟื้นฟูความเข้มแข็งของพระศาสนา พม่าเตรียมรับเป็นเจ้าภาพจัดงานสังคายนาพระไตรปิฎกนานาชาติด้วยการเฟ้นหาพระเถระผู้มีความเม่นยำ สามารถนำการทำสังคายนาได้ ซึ่งต้องรอเวลาถึง ๔ ปี กว่าจะปรากฏพระเถระผู้ทรงจำพระไตรปิฎกที่สามารถสาธยายพระไตรปิฎกได้ทั้งหมดเป็นรูปแรก และด้วยการสนับสนุนอย่างจริงจังเป็นระบบ ทั้งจากรัฐ และอุบาสก อุบาสิกา มาถึงปัจจุบันผ่านมา ๗๒ ปี ปรากฏพระเถระผู้ทรงจำพระไตรปิฎก จำนวนถึง ๑๔ รูป (ที่ยังมีชีวิตอยู่ จำนวน ๘ รูป) ทรงจำ ๒ ปิฎก จำนวนหลักร้อยและทรงจำ ๑ ปิฎก จำนวนหลักพัน การส่งเสริมให้เกิดพระผู้ทรงจำพระไตรปิฎกเปรียบดังการวางรากหรือแก่นที่ช่วยในการแตกกิ่งก้านใบดอก คือ การถ่ายทอดคำสอนจากพระไตรปิฎก ลงสู่พระ ครู วิทยากร ตลอดจนชาวบ้านทั่วไป รวมถึงเด็กและเยาวชน

ชาวพม่ามีส่วนร่วมในการทำสังคายนาเมื่อพุทธศักราช ๒๔๙๙-๒๕๐๐ ด้วยการนำอิฐคนละก้อนมาก่อเป็นถ้ำมหาปาสาณคูหา และด้วยการอุดหนุน ค้ำจุนให้เกิดพระผู้ทรงจำพระไตรปิฎก ในปีพุทธศักราช ๒๖๐๐ หรืออีก ๓๘ ปี ข้างหน้า หากจะมีการทำสังคายนาพระไตรปิฎกเกิดขึ้นในประเทศไทย ชาวไทยจะมีส่วนร่วมในการเตรียมงานสังคายนานี้อย่างไร นี่เป็นคำถามที่ชาวพุทธไทยควรช่วยกันหาคำตอบเสียตั้งแต่ขณะนี้

ในส่วนของมูลนิธิโรงเรียนรุ่งอรุณ ซึ่งมีบทบาทสนับสนุนให้เกิดการจัดการศึกษาที่พัฒนามนุษย์ให้เข้าถึงคุณค่าแท้ อันเป็นลักษณะของผู้มีความรู้ความสามารถเป็นคนดีและมีความสุข งานสืบเนื่องที่เกิดจากการศึกษาดูงาน ประกอบด้วย ๓ โครงการย่อย คือ  ๑) เข้าร่วมภาคีส่งเสริมการศึกษาพระไตรปิฎกและภาษาบาลี ก่อตั้งติปิฏกสิกขาลัย ซึ่งมีสำนักงานตั้งอยู่ที่วัดจากแดง สมุทรปราการ  ๒)  จัดโครงการพัฒนาการบริหารจัดการเนื้อหา กับปฏิบัติการศึกษาธรรมะในสถานศึกษา จัดทำหลักสูตร “มงคลชีวิต” สำหรับการเรียนรู้ของครู และนักเรียนในระดับชั้นอนุบาล-มัธยมศึกษาตอนปลาย และ ๓) โครงการพัฒนาแบบเรียนออนไลน์สองภาษา เพื่อให้เด็กและเยาวชนไทยเข้าถึงคุณค่าของหลักธรรมและสามารถสร้างสรรค์ประโยชน์จากมรดกธรรมแก่ตนเองและสังคม ถึงที่สุดคือการสร้างสันติแก่สังคมโลกผ่านงานสังคายนาพระไตรปิฎกในอนาคตข้างหน้า

 

Leave a Reply:

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.