November 28, 2019 admin 2 Comments

วันนี้ (3 ตุลาคม 2562) ครูต้อย-สุวรรณา ชีวพฤกษ์ ผู้รับใบอนุญาตและที่ปรึกษาระดับอนุบาล โรงเรียนรุ่งอรุณ เข้าสังเกตชั้นเรียนอนุบาลตามปกติ แต่สิ่งที่ต่างออกไปจากทุกๆ วัน คือสิ่งที่ครูต้อยได้เรียนรู้จากการเล่นของเด็กๆ

โรงเรียนรุ่งอรุณจัดสรรช่วงเวลาให้เด็กๆ อนุบาล “เล่นอิสระ” เป็นประจำทุกวัน เพราะเชื่อว่าทุกการเล่นมีการเรียนรู้ซ่อนอยู่ ดังนั้นในแต่ละวันครูจะพานักเรียนลงเล่นในสนามธรรมชาติอยู่เสมอ

วันนี้ก็เช่นกัน เด็กๆ ลงเล่นในธรรมชาติเหมือนเช่นทุกวัน แต่วันนี้ครูต้อยสังเกตเห็นปรากฏการณ์บางอย่างที่น่าสนใจ นั่นคือ เด็กแต่ละคนเมื่อถึงสนามธรรมชาติ ก็เกิด “สนามประลองความคิด” ขึ้นมาในตัวเขา 

สนามประลองความคิดนี้ไม่ได้เริ่มต้นจากการแข่งขันกับเพื่อน หรือการเล่นเป็นกลุ่มเท่านั้น แต่เริ่มต้นจากการประลองความคิดกับตัวเอง 

เด็กๆ เริ่มจากการมองหาพื้นที่ที่จะทำภารกิจบางอย่าง (พื้นที่การเรียนรู้ – Learning Space) เมื่อเจอพื้นที่ที่ตนสนใจ เขาจะเริ่ม “วางแผนการเล่น” ของตัวเองแล้วเอาตัวเข้าไปจุดนั้น และเมื่อเขาเข้าไปแล้ว ครูต้อยสังเกตเห็นว่า เด็กจะทำภารกิจที่เขารู้สึกท้าทายความสามารถตัวเอง เช่น ปีนป่าย หรือสร้างอะไรบางอย่าง

เมื่อเล่นหรือทำภารกิจจนถึงจุดหนึ่ง เด็กบางคนจะเริ่ม “สร้างสรรค์” งานให้ใหญ่ขึ้น บางคนเปลี่ยนไปทำกิจกรรมที่ “ท้าทาย-Challenge” ยิ่งขึ้น บางคนเริ่มรวมตัวกับเพื่อนที่มีความสนใจใกล้เคียงกัน บางคนสังเกตการเล่นของเพื่อนอีกกลุ่ม แต่ประเมินแล้วว่าไม่สามารถแทรกตัวเข้าไปในกลุ่มได้ ก็เกิดการสร้างอุปกรณ์เลียนแบบ เพื่อที่จะเข้าใจความรู้สึกของเพื่อนกลุ่มนั้น (ครูมองเห็นอาการการเรียนรู้ของผู้เรียน – Visible Learning)

ปรากฏการณ์เหล่านี้เป็นการ “ขยายขอบเขตประสบการณ์” ของตัวเองออกไป เด็กทุกคนมีสิ่งนี้ในตัว เราเรียกสิ่งนี้ว่า “ความสร้างสรรค์” และการขยายขอบเขตประสบการณ์นี้ก็คือ “ความกล้า” ของเด็กๆ นั่นเอง 

Arthur Gogatz ผู้เขียนหนังสือ Business Creativity: Breaking the Invisible Barriers เล่าถึงการศึกษาของ American Management Association ที่พบว่า 90% ของเด็กๆ มีความคิดสร้างสรรค์ในระดับสูง ขณะที่มีเพียง 2% ของผู้ใหญ่ที่ยังคงความคิดสร้างสรรค์ระดับเดียวกันนี้ไว้ได้ (ดร.กฤตินี ณัฏฐวุฒิสิทธิ์, Bangkokbiznews, 13 ก.ค. 2557)

แล้วเราจะช่วยกันทำอย่างไร ให้ความคิดสร้างสรรค์ยังคงอยู่ ไม่หล่นหายไป?

จากทฤษฎี 4Ps of Creativity ของ James Melvin “Mel” Rhodes ได้อธิบายกระบวนการที่จะส่งเสริมความสร้างสรรค์โดยแบ่งออกเป็น 4 ด้าน ได้แก่

PERSON-คนที่คิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ซึ่งประกอบไปด้วย 3 ลักษณะนิสัยที่สำคัญ คือ 
1) อยากรู้อยากเห็นหรือชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ 
2) ไม่ยึดติดและปรับตัว
3) มีความกล้าและความมั่นใจ 
ซึ่ง 3 ลักษณะนี้จะเกิดขึ้นในเด็กได้นั้น ต้องเชื่อมโยงกับองค์ประกอบอีก 3 ด้านที่เหลือ คือ

PRESS-สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อความคิดสร้างสรรค์
ดังเช่นที่โรงเรียนรุ่งอรุณจัดสภาพแวดล้อมแบบภูมิรมณีย์ สถานที่สัปปายะ สนามเด็กเล่นธรรมชาติ และการจัดการเรียนรู้ที่ผู้เรียนเป็นเจ้าของการเรียนรู้ เหล่านี้คือ
Learning Space ที่โรงเรียนรุ่งอรุณออกแบบไว้เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และการเรียนรู้ของเด็ก

PROCESS-กระบวนการคิดสร้างสรรค์
“ครูหัวใจรุ่งอรุณ” จะไม่ชี้หรือกะเกณฑ์ว่าเด็กต้องเล่นเดี่ยวหรือเป็นกลุ่ม หรือต้องเล่นในขอบเขตการเรียนรู้ที่ครูคิดไว้เท่านั้น แต่จะคอยเฝ้าสังเกตการเรียนรู้ของเด็ก
(Visible Learning) บันทึกการสังเกต แล้วชวนตั้งคำถามเพื่อให้เด็กสร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ ในทุกการเล่นและทุกประสบการณ์ ซึ่งเป็นความท้าทายของครูอย่างมากที่จะต้องมองเห็นอาการการเรียนรู้ แล้วนำมาต่อยอดให้แก่นักเรียนและเพื่อนครูด้วยกัน

PRODUCT-ผลลัพธ์ที่ได้จากการกระบวนการคิดสร้างสรรค์
หรือที่รุ่งอรุณใช้คำว่า
“ขาออก” ของนักเรียน คือ การที่นักเรียนนำองค์ความรู้จากการเล่นมาประมวลประสบการณ์ แล้วสร้างสรรค์ชิ้นงานที่สะท้อนสิ่งที่ได้เรียนรู้ออกมาให้ครูและสมาชิกชุมชนแห่งการเรียนรู้นี้ได้รับรู้และเรียนรู้ร่วมกัน

ในวันนั้นเด็กๆ อนุบาลได้กลายเป็นครูของครูต้อย ที่สอน “วิธีการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์” ผ่านการเล่นที่เด็กๆ แสดงออกมา เป็นธรรมชาติการเรียนรู้ที่มีอยู่ในตัวเด็กทุกคน เพียงครูผู้เป็นกัลยาณมิตรจัดสภาพแวดล้อมและกระบวนการเรียนรู้ที่ท้าทาย ให้เด็กได้ประลองความคิดและขยายขอบเขตประสบการณ์ เมล็ดพันธุ์แห่งการเรียนรู้นั้นจะค่อยๆ เติบโตงอกงาม ดังปรากฏการณ์ที่ครูต้อยได้เห็นในสนามธรรมชาติของเด็กๆ อนุบาลรุ่งอรุณในวันนี้ 

ชอบบทความนี้ แชร์เลย

Share on facebook
Facebook
Share on google
Google+
Share on twitter
Twitter

2 People reacted on this

  1. กรุณาแก้ Press เป็น Place นะครับ.

    PRESS-สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อความคิดสร้างสรรค์
    ดังเช่นที่โรงเรียนรุ่งอรุณจัดสภาพแวดล้อมแบบภูมิรมณีย์ สถานที่สัปปายะ สนามเด็กเล่นธรรมชาติ และการจัดการเรียนรู้ที่ผู้เรียนเป็นเจ้าของการเรียนรู้ เหล่านี้คือ Learning Space ที่โรงเรียนรุ่งอรุณออกแบบไว้เพื่อส่งเสริมความคิดสร้าง

  2. ขอบพระคุณ คุณ Kitjakaan เป็นอย่างสูงครับ ที่สนใจบทความและชวนแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันครับ

    คำว่า Press ที่แจ้งมานั้น ผู้เขียน Mel Rhode ใช้คำนี้จริงครับ ในหน้า 308
    อ้างถึงAn Analysis of Creativity
    Author(s): Mel Rhodes
    Source: The Phi Delta Kappan, Vol. 42, No. 7 (Apr., 1961), pp. 305-310
    Published by: Phi Delta Kappa International
    Stable URL: http://www.jstor.org/stable/20342603

    ดังนี้ครับ
    The term of press

    ขอบพระคุณและรู้สึกยินดีมากๆครับ ที่ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันในครั้งนี้ครับ ☺️

Leave a Reply:

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.